​​​​​​​​เต็ดตรา แพ้ค ชี้ กลุ่มผู้สูงวัยของไทยมีอำนาจในการจับจ่ายเพิ่มขึ้น เปิดโอกาสใหม่แก่อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม​

กรุงเทพฯ 30 มีนาคม พ.. 2560 -  เต็ดตรา แพ้ค ผู้นำด้านกระบวนการผลิตและบรรจุอาหารระดับโลก เผยรายงานการวิจัยเกี่ยวกับความสำคัญของผู้บริโภคกลุ่มสูงวัย (Senior White Paper) หรือ ผู้ที่มีอายุเกิน 60 ปี ต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ คาดว่าจะมีอำนาจซื้อทั่วโลกสูงถึง 10 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ในอีกสามปีข้างหน้า ชี้อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มมีโอกาสโตสูง หากเข้าใจความต้องการและบุกตลาดได้ตรงจุด สำหรับประเทศไทย จำนวนผู้บริโภคกลุ่มนี้ จะมีจำนวนถึงหนึ่งในสี่ของประชากรทั้งหมดในปี พ.ศ. 2583 ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจเช่น ประเทศจีน 

ปัจจุบันภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมีจำนวนผู้สูงวัย คิดเป็นถึงร้อยละ 60 ของจำนวนประชากรโลก โดยคาดว่าตัวเลขนี้จะเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว หรือคิดเป็นกว่า 1,300 ล้านคน ในปี พ.ศ. 2593 เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มผู้บริโภคที่เติบโตเร็วที่สุดกลุ่มนี้ เต็ดตรา แพ้ค ได้ทำการวิจัยเกี่ยวกับเทรนด์การบริโภค และการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ในกว่า 27 ประเทศ รวมไปถึงประเทศไทย และพบว่าร้อยละ 59 ของผู้สูงวัย ยินดีที่จะจ่ายเงินเพิ่มเพื่อซื้อผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาเพื่อพวกเขาโดยเฉพาะ และร้อยละ 88 มองว่า 'คุณค่าของสินค้า' เทียบได้กับ 'คุณภาพที่สูง'  

"ผู้สูงวัยในไทยเป็นกลุ่มประชากรที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วแต่กลับได้รับความสนใจน้อย โดยในปี พ.ศ. 2559 มีประชากรไทยที่อายุเกิน 65 ปี ถึงกว่าร้อยละ 11 เทียบกับเพียงร้อยละ 5 เท่านั้น ในปี พ.ศ. 2538 " นางสาวรัตนศิริ ติลกสกุลชัย ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เต็ดตรา แพ้ค (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว "ด้วยอำนาจการซื้อที่สูงขึ้น พร้อมกับความสนใจในด้านสุขภาพที่เพิ่มมากขึ้น งานวิจัยของเราพบว่าบริษัทอาหารและเครื่องดื่มที่ให้ความสำคัญกับการสร้างผลิตภัณฑ์สำหรับผู้บริโภคกลุ่มนี้ จะสามารถช่วยเพิ่มฐานลูกค้าที่มีความภักดีต่อแบรนด์ (brand loyalty) ได้ดี และมีโอกาสเติบโตสูง" 

บรรจุภัณฑ์เป็นปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งสำหรับผู้ผลิต ผู้สูงอายุกว่าร้อ

ยละ 59 ระบุว่าบรรจุภัณฑ์มีบทบาทสำคัญในการเลือกซื้อสินค้า งานวิจัย Senior White Paper ชิ้นนี้ จึงระบุถึงคุณสมบัติสำคัญของบรรจุภัณฑ์ 5 ข้อ ที่ผู้บริโภคกลุ่มสูงวัยต้องการ ดังนี้

  1. บรรจุภัณฑ์จะต้องเปิดได้ง่าย และวางฝาไว้ในตำแหน่งที่สูงกำลังพอดี
    เพื่อป้องกันการหลุดลื่นจากมือ
  2. บรรจุภัณฑ์ต้องมีน้ำหนักเบา โดยรูปทรงกลมมน ง่ายต่อการหยิบจับมากกว่าทรงสี่เหลี่ยม
  3. บรรจุภัณฑ์ควรช่วยเพิ่มอายุการเก็บผลิตภัณฑ์ เพื่อลดจำนวนเที่ยวในการเดินทางเพื่อไปซื้อสินค้า
  4. ตัวอักษรและฉลากบนบรรจุภัณฑ์ควรมีขนาดใหญ่ ชัดเจน และมีสีสันสดใส
  5. ข้อมูลทางโภชนาการและวันหมดอายุควรถูกระบุอย่างชัดเจนบนบรรจุภัณฑ์

ผลการวิจัย ยังระบุอีกว่า ผู้บริโภคสูงวัยใช้รายได้ร้อยละ 20 ของตัวเองไปกับการซื้ออาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งนับว่าเป็นสัดส่วนที่สูงเมื่อเทียบกับผู้บริโภคที่อายุน้อยกว่า ซึ่งใช้จ่ายเพียงร้อยละ 18 นอกเหนือไปจากคุณสมบัติสำคัญของบรรจุภัณฑ์แล้ว ประเภทของผลิตภัณฑ์ที่เฉพาะเจาะจงด้านสุขภาพ เช่น เครื่องดื่มและอาหารที่เพิ่มวิตามินและแร่ธาตุ ลดปริมาณน้ำตาล เกลือ และไขมัน ยังได้รับความนิยมสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง 

"ผลการวิจัยชิ้นนี้เป็นเครื่องบ่งชี้ว่าประชากรผู้สูงวัยในไทย คือ โอกาสสำคัญสำหรับธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคกลุ่มนี้ เต็ดตรา แพ้ค สามารถจัดหานวัตกรรมและการบริการอย่างครบวงจรสำหรับลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นแนวคิดหรือสูตรของผลิตภัณฑ์สำหรับประชากรกลุ่มนี้โดยเฉพาะ รวมไปถึงการนำผลิตภัณฑ์เหล่านี้ออกสู่ตลาด ด้วยข้อมูลทางการตลาดที่เรามีอยู่เช่นงานวิจัยชิ้นนี้ เราสามารถนำเสนอการบริการอย่างครบวงจรผ่านการทำงานร่วมกับลูกค้า เพื่อให้มั่นใจว่า ลูกค้าของเราจะสามารถเจาะตลาดในแต่ละกลุ่มผู้บริโภคเพื่อสร้างความสำเร็จทางธุรกิจต่อไป" นางสาวรัตนศิริ ติลกสกุลชัย กล่าว

เต็ดตรา แพ้ค ชี้ กลุ่มผู้สูงวัยของไทยมีอำนาจในการจับจ่ายเพิ่มขึ้น

Senior White Paper EN 2017

(pdf, 305 KB)
Download

Senior White Paper info-graphic

(jpg, 997 KB)
Download