​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​Unpacking Opportunities
เปิดมุมมองทางธุรกิจ คิดนอกกรอบ 
กับเทรนด์ผู้บริโภคใน 10 ปี ข้างหน้า

Think outside the box, Drink inside the box มาเปิดกล่องความคิดสู่มุมมองนอกกรอบของอนาคตทางธุรกิจ ที่ว่ากันด้วยเรื่องของเทรนด์และความเป็นไปของผู้บริโภคในอีก 10 ปีข้างหน้า มาเตรียมตัวไปพร้อมกันกับเราที่นี่ได้เลยครับ

เรื่องง่าย ๆ ต้องมาก่อน
(EASY LIVING)

แน่นอนว่าสิ่งที่ผู้บริโภคต้องการมากที่สุดในยุคนี้ไม่ใช่แค่อาหาร เสื้อผ้า ที่อยู่อาศัย แต่คือ "เวลา" เพราะเวลาเป็นส่วนสำคัญในการดำรงชีวิตอยู่และทุกอย่างต้องใช้เวลา ยิ่งในยุคที่ผู้บริโภคเริ่มใช้เวลาในชีวิตมากขึ้นในการทำงานหรือทำกิจกรรมต่าง ๆ จนทำให้เวลาว่างนั้นน้อยลง

ในยุคที่ความตึงเครียดขึ้นอยู่กับเวลาเช่นนี้ ผลิตภัณฑ์ที่สามารถย่นเวลาของผู้บริโภคได้มากที่สุดจึงเป็นคำตอบสำหรับทุกอย่าง เพราะ 49% ของผู้บริโภคต้องการความสะดวกสบายมากขึ้น 39% พร้อมที่จะจ่ายเพื่อซื้อเวลากับความสะดวกสบาย 33% ของผู้บริโภคเลือกอาหารแบบพร้อมทานเพราะไม่มีเวลามากพอสำหรับการทำอาหาร และมากถึง 73% เลือกที่จะทานของว่างนอกเหนือมื้ออาหารหรือแทนมื้ออาหาร เพราะต้องการความรวดเร็ว จุดนี้จะทำให้เราเห็นว่าสินค้าที่มีขนาดกำลังพอดีพกพาสะดวกจะสามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคได้มากที่สุดครับ​

สุขภาพสร้างสมดุล
(HEALTHY BALANCE)

​​Work life balance คือคำที่เราได้ยินบ่อยจนคุ้นหู เพราะถึงแม้ว่าผู้บริโภคจะต้องทำงานหนักหรือใช้ชีวิตอย่างสนุกสุดเหวี่ยงแต่เรื่องสุขภาพก็ไม่เคยมองข้าม ไม่ใช่แค่เรื่องของผลิตภัณฑ์ที่จะช่วยตอบโจทย์นี้ แต่ต้องเป็นองค์ประกอบของทุกอย่างที่ทำให้ผู้บริโภครู้สึกถึงความสมดุลทั้งทางด้านการใช้ชีวิต Lifestyle และด้านสุขภาพนั่นเองครับ

โดย 88% ของผู้บริโภคยินดีที่จะจ่ายเงินมากขึ้นเพื่ออาหารที่ดีต่อสุขภาพ 31% ของผู้บริโภคอยากที่จะทานอาหารที่มีการรับรองด้านสุขภาพโดยองค์กรต่าง ๆ เพราะต้องการความมั่นใจ และ
35% ของผู้บริโภค อ่านข้อมูลและส่วนประกอบต่าง ๆ ที่เขียนไว้ที่สินค้าก่อนการตัดสินใจซื้อ ไม่แปลกที่สินค้าเพื่อสุขภาพจะเป็นที่สนใจและนิยมมากขึ้นในปัจจุบัน เพราะผู้บริโภคนั้นต้องการความง่าย สะดวก และดีต่อสุขภาพควบคู่กันไป

ความใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม
(ME, US & OUR PLANET)

​​ผู้บริโภคยังคงมองว่าการช่วยเหลือสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องที่ไกลตัว และเป็นหน้าที่ของผู้ผลิตที่จะต้องมี ความรับผิดชอบในเรื่องนี้มากกว่า แต่แน่นอนว่า ผู้บริโภคเองก็พร้อมที่จะสนับสนุนผลิตภัณฑ์ที่บอกว่าดีต่อโลกและมีส่วนในการทำให้สิ่งแวดล้อมดีขึ้นอีกด้วยครับ เนื่องจากผู้บริโภคเริ่มมีความอ่อนไหว
กับเรื่องสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เพราะมีความคิดว่า ถ้าโลกไม่มีมลภาวะเท่ากับ เราจะมีสุขภาพและชีวิตในการเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ทำให้มีความต้องการสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

66% ของผู้บริโภคยอมที่จะจ่ายเงินเพิ่มมากขึ้นเพื่อสินค้าที่มีการจัดการเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน
58% เชื่อมั่นในสินค้าที่บอกว่าสามารถนำไปรีไซเคิลได้ หลักการในการตัดสินใจซื้อสินค้านั้นจะคำนึงถึงส่วนประกอบจนถึงบรรจุภัณฑ์ ยกตัวอย่างเช่น อาหารหนึ่งมื้อ วัตถุดิบที่ใช้ต้องผลิตมาจากธรรมชาติ ไม่มีสารปรุงแต่ง บรรจุอยู่ในบรรจุภัณฑ์ที่ลดการใช้เคมี หรือใช้ทรัพยากรธรรมชาติที่สามารถทดแทนและนำไปรีไซเคิลได้ เป็นต้นครับ

พร้อมจ่ายหากเป็นที่ถูกใจ
(TRADE UP TRADE DOWN)

​​ในยุคนี้ผู้บริโภคเริ่มปรับพฤติกรรมในการจับจ่ายสินค้าเพื่อตอบสนองความพึงพอใจของตนเอง เมื่อพบกับสินค้าที่โดนใจ ก็พร้อมที่จะจ่ายเพิ่มมากขึ้น นอกจากนั้น  ผู้บริโภคยังสามารถตัดความจำเป็นในการใช้สินค้าบางอย่างเพื่อเพิ่มกำลังซื้อให้สินค้าอีกชนิดหนึ่งได้อีกด้วย ยกตัวอย่างเช่น การท่องเที่ยว
ผู้บริโภคเริ่มมีการจัดระบบในการใช้เงิน ด้วยการจองที่พักที่เป็น Share house เพื่อลดค่าใช้จ่ายแล้วเอาเงินส่วนนี้ไปซื้อสินค้าหรือบริการอื่น ๆ แทน รวมถึงในปัจจุบันเริ่มมีบริการประเภทหารค่าใช้จ่ายเพิ่ม
มากขึ้น โดย 51% ของผู้บริโภคในช่วงอายุ 16-34 ปี และ 45% ของผู้บริโภคในช่วงอายุ 35-54 ปี กล่าวว่าพวกเขายินดีที่จะแชร์สินค้าบางประเภทร่วมกันมากกว่าซื้อสินค้าเพื่อเป็นเจ้าของเพียงคนเดียว

ประสบการณ์มีค่ามากกว่าตัวสินค้า
(EXPERIENCE HUNTING)

​​ความตื่นเต้น แปลกใหม่ เป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการสร้างความสนใจให้กับผู้บริโภค เพราะผู้บริโภคเริ่มที่จะค้นหาประสบการณ์ทั้งทางด้านอารมณ์ ความรู้สึก และการใช้งานมากกว่ามองแค่ตัวสินค้าเพียง
อย่างเดียว การได้มีส่วนร่วมและเป็นส่วนหนึ่งของผลิตภัณฑ์นั้น ๆ จึงทำให้ผู้บริโภคสนใจ เปิดรับ  และจดจำแบรนด์ได้ดีกว่า โดย 27% ของผู้บริโภคยินดีที่จะจ่ายเงินเพื่อเพิ่มประสบการณ์ของตัวเองกับสินค้ามากกว่าการได้รับสินค้านั้นมาเพียงอย่างเดียว ตัวอย่างเช่น บรรจุภัณฑ์ที่มีดีไซน์หรือลูกเล่นในตัว หรือสินค้าประเภทจำนวนจำกัดจะสามารถดึงดูดใจให้ผู้บริโภคซื้อได้มากกว่าสินค้าชนิดเดียวกันที่ไม่มี
ความพิเศษนั่นเองครับ

​​​​​ความจริงใจนั้นยั่งยืนกว่า ​

(HONESTLY SPEAKING)​​​

​​ความไว้วางใจจากผู้บริโภคนั้นเป็นสิ่งที่แบรนด์ต้องการ ปัจจัยหลักที่ทำให้เราได้ความรู้สึกนี้มาก็คือความจริงใจและซื่อสัตย์ ตามที่กล่าวไปข้างต้นว่า ผู้บริโภคเริ่มมีการอ่านรายละเอียดต่าง ๆ ที่เขียนไว้บนตัวสินค้าเพิ่มมากขึ้น ในจุดนี้แหละครับ ที่จะทำให้เราสามารถแสดงความจริงใจของแบรนด์ถึงผู้บริโภคได้ ไม่ว่าจะเป็นการเขียนข้อมูลอย่างเป็นจริง การออกแบบตัวอักษรให้เหมือนกับลายมือทำให้รู้สึกถึงความจริงใจ การส่งข้อความที่ให้ความรู้สึกเฉพาะเจาะจงที่ผู้บริโภคสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ 
​โดย 59% ของผู้บริโภคบอกว่าจะแนะนำสินค้าและบริการของแบรนด์ที่รู้สึกไว้ใจได้ให้กับเพื่อนและคนในครอบครัวอีกด้วยนะครับ​

ผู้สูงอายุกำลังมา
(WHY ARE SENIORS SO IMPORTANT?)

​​รู้หรือไม่ครับว่า 1 ใน 5 ของจำนวนประชากรบนโลกนี้กำลังจะเข้าสู่วัยผู้สูงอายุ ดังนั้น กลุ่มผู้บริโภคที่กำลังจะมีอิทธิพลต่อตลาดนี้คงไม่ใช่ใครอื่นนอกจากกลุ่มผู้สูงอายุนั่นเอง สิ่งที่เราควรเรียนรู้จากผู้บริโภควัยนี้ คือพวกเขาเพียงแค่มีอายุมากขึ้น มีความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปเท่านั้น ผู้บริโภคกลุ่มนี้เป็นกลุ่มคนที่ต้องการมีอายุที่ยืนยาวและใช้ชีวิตที่สงบสุข, มีความรักและคิดถึงครอบครัวอยู่เสมอ, ชอบการท่องเที่ยว,ช่างเลือก และที่สำคัญพวกเขาไม่ต้องการให้สังคมมองว่าตนเองคือคนแก่ แบรนด์ต่าง ๆ จึงควรปรับตัวเพื่อเข้าถึงคนกลุ่มนี้ให้มากขึ้นเพราะเป็นผู้บริโภคกลุ่มใหญ่ที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และมีกำลังในการซื้อค่อนข้างสูง

80% ของผู้สูงอายุยังกล่าวว่า เมื่อพวกเขาถูกใจแบรนด์ใดแบรนด์หนึ่งแล้ว พวกเขาไม่คิดที่จะเปลี่ยนหรือลองสินค้าของแบรนด์อื่นอีกเลย 54% ของผู้บริโภคที่มีอายุ 65 ปีหรือมากกว่า เลือกอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่ดีขึ้น 88% เชื่อว่าคุณค่าของสินค้าอยู่ที่คุณภาพ สำหรับปัญหาของผู้สูงอายุที่พบมาก กับสินค้าในท้องตลาดก็คือ มากกว่า 50% ของผู้บริโภคกลุ่มนี้บอกว่าตนเอง มีปัญหาเรื่องการใช้แรง
ในการถือของ เปิดฝาและอื่น ๆ มีความต้องการตัวหนังสือขนาดใหญ่ สีสันที่ชัดเจนและอ่านง่าย
ไม่ซับซ้อน โดยแบรนด์สินค้าสามารถนำข้อมูลนี้มาปรับปรุงสินค้าเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของ
ผู้บริโภคกลุ่มนี้ได้ไม่ยากครับ

แน่นอนว่า เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไปการปรับตัวของแบรนด์และการพัฒนาสินค้าก็ต้องเปลี่ยนแปลงไปด้วย
ผู้ผลิตจึงต้องพิจารณาข้อมูลด้านต่าง ๆ จากเทรนด์ที่กำลังเกิดขึ้นด้วยเป็นปัจจัยสำคัญในการกำหนดทิศทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสมและตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบันและในอนาคต


*ข้อมูลอ้างอิงตัวเลขจาก

  • Euromonitor Global consumer trends 2016

  • Global food and drinktrends 2017

  • Survey - CleanEating WGSN 2016

  • Trade Association report 2015

  • Humans, rebundant or renewed, 2016 Trendwatching.

  • Mintel report – Future Consumers 2018 WGSN

  • Roper Report Worldwide 2015 ​

Unpacking opportunities

อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับการเพิ่มโอกาสในการทำธุรกิจโดยให้ความสำคัญกับบรรจุภัณฑ์เพิ่มเติม

ได้ที่นี่

ติดต่อเรา